วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

เทคนิคเล่นเกมส์


เทคนิคเล่นวินนิ่ง (ขำขำ)
ThaiBlog.info
1. พยายามส่งลูกให้เร็วอย่าให้คู่ต่อสู้จับจังหวะของเราได้ ไม่เช่นนั้นคู่ต่อสู้จะสามารถดักทางเราและแย่งบอลจากเราไปได้
2. พยายามอย่าใจร้อนเวลาเล่นต้องใจเย็น ยิ่งตอนเวลาที่โดนยิงนำก่อนเพราะช่วงนี้แหละเป็นช่วงที่สำคัญที่สุดที่ สามารถตัดสินแพ้ชนะได้เลย

3. อย่าพยายามเลี้ยงให้มากยิ่งเลี้ยงไปมาหน้าประตูแล้วยิ่งไม่ดีเลยเพราะจะทำ ให้คู่แข่งมีโอกาสตั้งตัวได้ ถ้ามีโอกาสให้ยิงเลยไม่จำเป็นต้องเน้นความแน่นอนครับ ผลลองดูแล้วถ้าตัวไหนยิงดีๆ ยิงไกลเลยรับรองเป็นประตูแน่นอน

4. ถ้าเล่นกับคู่แข่งที่เพิ่งเจอกันเป็นครั้งแรก ต้องครองบอลไว้กับตัวเองให้นอนที่สุด เพราะนอกจากจะดีกับเราแล้วยังทำให้คู่แข่งสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวและจะ เปิดช่องว่างให้เราโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัว เป็นสงครามจิตวิทยาครับ

5. ควรเล่นไม่เกิน 2 ชั่วโมงเพราะจะทำให้เราไม่อยากเล่นและเบื่อกับการเล่นทำให้เราเล่นได้ไม่ดี เท่าที่ควรและไม่อยากเล่นเกมส์อีกเลย อันนี้เฉพาะบางคนอ่ะครับ

6. ควรเล่นด้วยความสนุกนะครับ คนที่เทพแล้วก็น่าจะให้เพื่อนชนะบ้างนะครับ เดี๋ยวเพื่อนจะไม่อยากจะเล่นกับเราและทำให้เพื่อนรู้สึกเครียด อารมณ์บ่จอยนะครับ

7. ควรเล่นด้วยความสงบนะครับ ดังสภาษิตที่ว่า ความสงบ สยบความเคลื่อนไหว อาจจะไม่เกี่ยวกับสภาษิตก็ได้นะครับเรื่องที่ผมจะพูด คือว่าเวลาเล่นไม่ควรพูดในทางดูถูกคู่แข่งนะครับ อาจจะมีเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับเกมส์ในจออย่างเดียว อาจจะมีเกมส์นอกจอก็ได้

8. ข้อ 8 ใครที่เล่นที่ห้องไม่ต้องอ่านก็ได้นะครับ สำหรับคนเล่นในร้านเกมส์ ครับเวลาเล่นก็ต้องจ่ายตังค์ใช่ไหมครับดังนั้นก็ควรออกตังค์ช่วยเพื่อนบ้าง นะครับ

วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

9 เทคนิดทำให้คนรักเรา

9 วิธีที่น่านำไปลองใช้สำหรับนักศึกษาที่จบใหม่และกำลังทำงานอยู่

1. การเอาใจใส่ จริงใจต่อคนอื่นอย่างแท้จริง ไม่เสแสร้ง เป็นสิ่งที่จะทำให้ผู้อื่นยอมรับคุณ เมื่อคุณแสดงความจริงออกไป คุณย่อมจะได้รับความจริงใจตอบแทน

2. ยิ้มเป็นการสร้างมิตรไมตรี และบรรยากาศที่ดี รอยยิ้มสร้างสีสันให้กับตัวคนและผู้คนรอบตัวคุณ ใคร ๆ ก็ชอบคนที่ดูสดใส อารมณ์ดี มากกว่าคนที่ซึมเซา
อมทุกข์ ที่สำคัญรอยยิ้มยังเพิ่มเสน่ห์ให้กับตัวคุณได้อีกไม่น้อย

3. จำชื่อคนอื่นได้ดี เทคนิคนี้แสดงให้เห็นว่า คุณรู้จักเอาใจใส่ผู้อื่น เมื่อคุณเดินผ่านเขา นอกจากจะยิ้มทักทาย สวัสดีแล้ว หากคุณต่อท้ายด้วยชื่อของเขาด้วย
รับรองว่าสร้างความประทับใจได้ไม่รู้ลืม

4. เป็นนักฟังที่ดี และสนับสนุนให้คนอื่นพูดถึงเรื่องราวของเขา คนที่ฟังผู้อื่นจะมีคนรักมากกว่าคนที่เอาแต่พูดให้ผู้อื่นฟัง จงแสดงให้ผู้อื่นเห็นว่าคุณสนใจ
ในความเป็นไปของคนรอบตัว พร้อมจะรับฟังเขา มากกว่าสนใจแต่เรื่องของตัวเอง

5. สนทนาในเรื่องที่อีกฝ่ายหนึ่งสนใจ การจะคุยกับใครให้สนุก ไม่ใช่พูดแต่เรื่องที่ตัวเองสนใจ เพราะอีกฝ่ายอาจไม่ได้สนใจเรื่องที่คุณพูดเลยก็ได้ ดังนั้น ต้องศึกษา
ทำความรู้จักกับหัวหน้างานและเพื่อนร่วมงานว่าพวกเขาสนใจเรื่องอะไร และชวนคุยในเรื่องเหล่านั้น

6. ทำให้คนอื่นเกิดความรู้สึกว่า ตนเป็นคนสำคัญ แสดงความห่วงใยต่อผู้อื่น เมื่อเขาทำสิ่งที่น่าชื่นชม ก็ควรกล่าวชื่นชมเขา หรือแม้แต่เรื่องเล็กน้อย เช่น
เขาไปตัดผมทรงใหม่มา หรือใส่เสื้อสีสวย กระเป๋าดูดี ก็ชมได้ แต่อย่ามากเกินไปจนให้กลายเป็นยกยอปอปั้นไปเสียล่ะ

7. แนะนำผู้อื่นอย่างนุ่มนวล หากคุณต้องการแก้ไขหรือแนะนำใคร โดยเฉพาะผู้ใหญ่อย่าง หัวหน้างาน ผู้จัดการ หรือ ผู้บริหาร อย่าทำท่าว่าคุณวิเศษกว่าเขา
และกำลังจะสั่งสอนเขา วิธีการที่ดีที่สุด คือ ต้องสอบถามให้ดูเหมือนกับเราไม่ได้สอบถาม หากต้องการบอกในสิ่งที่เขาไม่รู้ ให้บอกเหมือนกับว่าเรื่องนั้นเป็นสิ่งที่เขารู้อยู่แล้ว
แต่อาจลืมไป

8. ยินดียอมรับคำติชม เมื่อคุณถูกตำหนิจงอย่าโกรธเคือง หรือรู้สึกแย่กับตัวเอง แต่คุณควรคิดบวกกับตัวเองว่า เมื่อคุณถูกตำหนิก็แสดงว่ายังมีคนสนใจเอาใจใส่
คอยเตือนคุณอยู่

9. เปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดี หากคนรู้สึกตัวว่า คุณอาจทำให้ใครบางคนไม่พอใจ หรือขุ่นเขืองใจ คุณสามารถแก้ไขเหตุการณ์เช่นนี้ด้วยวิธีการชม
ชมในความพยายาม ของเขา ชมในสิ่งที่เขาทำอะไรสำเร็จไปบ้างแล้ว ชมในสิ่งที่เขาพยายามทำอะไรบางอย่างที่ยาก แต่คุ้มค่า โดยการชมของคุณจะต้อง
เป็นการชมอย่างจริงใจด้วย อย่าชมเพียงเพราะกลัวเขาจะโกรธในเรื่องที่คุณทำลงไป หากคุณไม่จริงใจ เขาย่อมรับรู้ได้ และนั่นไม่ทำให้อะไร ๆ ดีขึ้นมาแม้แต่น้อย

เพียงเท่านี้น้องใหม่อย่างคุณก็กลายเป็นน้องที่น่ารักของพี่ ๆ ในที่ทำงานได้แล้ว ไม่ต้องกังวลเรื่องคนในที่ทำงาน ก็สามารถลุยงานได้อย่างสบายใจ
อนาคตสดใสแน่นอน

วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ประสิทธิภาพการทำงานของสมองอาจลดลง


วิธีที่ทำให้สมองทำงานหนัก ลดประสิทธิภาพของสมอง
  1. โกหกเป็นประจำ การโกหกเป็นประจำทำให้สมองต้องทำงานหนักกว่าปกติ
  2. คิดในทางไม่ถูกต้อง การใช้สมองคิดในทางที่ไม่ถูกต้อง เป็นอีกวิธีหนึ่งของการทำลายประสิทธิภาพการทำงานของสมองได้อย่างแน่ชัด เช่น การคิดหาช่องทางกอบโกยผลประโยชน์จากตำแหน่งหน้าที่ เช่น การคอร์รัปชัน การแสวงหาผลประโยชน์ทับซ้อน โดยวิธีการที่แยบยลนั่นเอง
  3. หมกมุ่นอบายมุข การคิดหมกมุ่นอยู่กับอบายมุข เช่น การพนัน คลั่งหวย เล่นเกมส์ ฯลฯ ทำให้สมองต้องทำงานหนักทั้งเวลาตื่นและหลับ
  4. (เจ้า) คิด (เจ้า) แค้น คนเจ้าคิดเจ้าแค้นเป็นประจำจะมีสภาพเป็นคนหมกมุ่นอยู่กับความคิดที่ไม่เป็นมงคล สมองจะถูกทำลายเสมือนหนึ่งถูกอาบด้วยยาพิษเป็นประจำ
  5. เครียด ฟุ้งซ่าน ความ เครียด ความฟุ้งซ่าน ทำให้สมองต้องทำงานหนักอย่างผิดทาง ทำให้สมองหลั่งสารหรือขาดสารบางอย่างที่หล่อเลี้ยงและกระตุ้นให้สมองได้ ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดอาการซึมเศร้าหรือฟุ้งซ่านอย่างหนัก
  6. คิดมาก คิดเรื่องเล็กๆน้อยๆ ไม่รู้จักห้ามใจ พอมีเรื่องไม่สบายใจหน่อยก็คิด ทำให้สมองทำงานมากกว่าปกติ
  7. ไม่ยอมคิด ตรง กันข้ามกับคนที่คิดมากอย่างผิดทาง ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลงอย่างหนัก ก็คือคนที่ไม่ยอมคิดอะไรเป็นพิเศษขึ้นมาเลย นอกเหนือไปจากการคิดเพื่อชีวิตอยู่ไปวันๆ


รู้จักวิธีที่ทำให้สมองเราทำงานหนักแล้วก็ควรหลีกเลี่ยงนะครับ ขอขอบคุณแหล่งที่มาเว็บเพื่อนบ้าน

วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2552











โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่

ตั้งแต่เริ่มมีการระบาด ของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่จนถึงวันที่ 20 พค 2552 พบผู้ป่วยที่ตรวจเลือดยืนยันแล้วว่าเป็นไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ทั้งหมด 10243 คน เสียชีวิต 80 คนจากที่รายงานทั้งหมด 41 ประเทศ ประเทศที่มีผู้ป่วยจำนวนมากมาจากอเมริกาเหนือ

อาการของผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่

อาการ ป่วยของผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่มีอาการแตกต่างกันมาก ตั้งแต่ไม่มีอาการจนกระทั่งมีอาการหอบเหนื่อยจนเสียชีวิต แต่อาการที่พบได้บ่อยได้แก่

  • ไข้
  • ไอ
  • เจ็บคอ
  • ครั่นเนื้อครั่นตัว
  • ปวดศรีษะ
  • นอกจากนั้นยังพบอาการทางเดินอาหารได้ร้อยละ 38 ของผู้ป่วย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน หรือถ่ายเหลว

ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ต้องนอนโรงพยาบาลมากน้อยแค่ไหน

  • ที่อเมริกา และแคนาดาจะมีอัตราการนอนโรงพยาบาลประมาณร้อยละ2-5 ส่วนเม็กซิโกประมาณร้อยละ 6
  • ผู้ป่วยที่นอนโรงพยาบาลด้วยอาการไข้หวัด พบว่าประมาณร้อยละ 13 เป็นไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ ร้อยละ 20 เป็นไข้หวัดตามฤดูกาล
  • ประมาณหนึ่งในสามที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ

ผู้ป่วยที่เสียชีวิตมีลักษณะอย่างไร

ผู้ป่วยที่มีอาการหนักและรับตัวไว้ในโรงพยาบาลส่วนใหญ่จะมีโรคประจำตัว ผู้ป่วยของอเมริกาประมาณครึ่งหนึ่ง ร้อยละ 46 ของผู้ป่วยที่เสียชีวิตจะมีโรคประจำตัว โรคประจำตัวที่พบได้แก่

  • การ ตั้งครรภ์ ที่อเมริกามีคนท้อง 20คนที่พิสูจน์ว่าเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ พบว่าต้องนอนโรงพยาบาล 3 รายและเสียชีวิต 1 ราย ส่วนที่เมืองแคลลิฟอร์เนียพบว่า 2 ใน 5 รายมีโรคแทรกซ้อน เช่นน้ำเดิน หรือคลอดก่อนกำหนด
  • โรคหอบหืด
  • โรคปอด
  • โรคเบาหวาน
  • อ้วนมาก
  • มีโรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน
  • โรคระบบประสาท
  • โรคหัวใจ

ผู้ ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่เสียชีวิตครึ่งหนึ่งจะมีโรคประจำตัว ระยะเวลาตั้งแต่เกิดอาการจนกระทั่งเข้าโรงพยาบาลประมาณ 6 วัน อาการที่สำคัญของผู้ป่วยที่เสียชีวิตมีดังนี้

  • ไข้
  • หายใจลำบาก
  • ปวดกล้ามเนื้อ
  • ครั่นเนื้อครั่นตัวอย่างมาก
  • หัวใจเต้นเร็ว
  • หายใจเหนื่อย
  • ออกซิเจนในเลือดต่ำ
  • ผู้ป่วยบางท่านจะมีความดันโลหิตต่ำ
  • ระยะเวลาเฉลี่ยตั้งแต่เกิดอาการจนเสียชีวิตประมาณ 10 วัน
  • ร้อยละ 24 จะมีอวัยวะล้มเหลวมากกว่าสองอวัยวะ
  • ผลการตรวจเลือดพบว่าผิดปกติ
    1. ผลตรวจเลือดทั่วไปพบว่ามีทั้งเม็ดเลือดขาวขึ้นและต่ำ
    2. ค่า SGOT,SGPTสูงซึ่งบ่งบอกว่ามีการอักเสบของตับ
    3. ค่า elevated lactate dehydrogenase(LDH) (100% of 16 fatal cases)
    4. ค่า CPK สูงซึ่งบ่งบอกว่ามีการทำลายของกล้ามเนื้อ
    5. ประมาณครึ่งหนึ่งจะมีภาวะไตวายร่วมด้วย

มีโรคติดเชื้อแบคทีเรียอื่นร่วมด้วยหรือไม่

ผู้ป่วยที่รับตัวไว้ส่วนใหญ่จะไม่มีการติดเชื้อแบคทีเรียร่วม แต่เมื่อนอนโรงพยาบาลอาจจะมีโรคติดเชื้อแบคทีเรียร่วม

แนวทางการรักษาผู้ป่วยตามการแนะนำขององค์การอนามัยโลก

ผู้ป่วยที่มีอาการเบา

  • ให้รักษาดูแลตัวเองที่บ้าน
  • หากมีไข้ให้รับประทานยา paracetamol ไม่ควรใช้ aspirin
  • ผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการเสียชีวิตควรจะได้รับยาต้านไวรัส

สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการหนัก

  • รับตัวไว้รักษาในโรงพยาบาล
  • ให้ยาต้านไวรัสโดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีอาการหนัก เช่นปอดบวม
  • ผู้ป่วยควรจะได้รับการช่วยหายใจโดยการให้ออกซิเจน หรือเครื่องช่วยหายใจ
  • การให้ยาปฏิชีวนะจะให้ตามความจำเป็น